วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หลักกฎหมายเอกชน : การเรียกชื่อกฎหมาย

เอกสารประกอบการบรรยายรายวิชาหลักกฎหมายเอกชน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ : บรรพ ๑ หลักทั่วไป

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ข้อความเบื้องต้น : การเรียกชื่อกฎหมาย

มาตรา ๑ บัญญัติว่า “กฎหมายนี้ให้เรียกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์”

มาตรา ๑ เป็นเครื่องยืนยันอย่างดียิ่งว่า ประเทศไทยได้จัดร่างประมวลกฎหมายต่าง ๆ โดยยึดตามระบบประมวลกฎหมาย (Codified Law) (ผู้เขียน : สมัยรัชการที่ ๕ เรียกว่า “วิธีกฎหมายประมวญธรรม” คือการจัดกฎหมายเป็นมาตราเป็นลักษณะหมวดหมู่ คือระบบประมวลกฎหมายตามแถบประเภทภาคพื้นยุโรปนั้นเอง) ภายหลังได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตก โดยมีการจัดทำร่างประมวลกฎหมายอาญาก่อน ในรัชกาลที่ ๕ (ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำพาประเทศไปสู่อารยประเทศ (Civilization State) ซึ่งถูกเรียกว่า “ประมวลกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗” เหตุผลที่จัดทำร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวก่อนกฎหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ พระธรรมนูญศาลยุติธรรมนั้น สืบเนื่องจาก กฎหมายอาญาถือเป็นประมวลกฎหมายที่ร่างได้ง่ายที่สุด และผู้ทำหน้าที่ใช้กฎหมาย ได้แก่ ศาลต่าง ๆ สามารถเข้าใจเนื้อหาของกฎหมายได้ง่าย (กิตติศักดิ์ ปรกติ. การปฏิรูประบบกฎหมายไทยภายใต้อิทธิพลยุโรป, หน้า ๑๖๖.)
สำหรับประมวลกฎหมายแพ่งและกฎหมายพาณิชย์นั้นได้ถูกจัดร่างทำขึ้นเป็นลำดับถัดจากกฎหมายอาญา โดยประเทศไทยได้รวมเนื้อหาของกฎหมายทั้งสองประเภทไว้ด้วยกัน (กฎหมายแพ่งและกฎหมายพาณิชย์) ไว้อยู่ในรูปประมวลกฎหมายฉบับเดียวกัน คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และในการยกร่างประมวลกฎหมายนี้ได้ยกร่างบรรพ ๑ และบรรพ ๒ เป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทย

บรรพ ๒ (หลักทั่วไป) และบรรพ ๒ (หนี้) ได้มีการประกาศใช้กฎหมาย ๒ ครั้ง กล่าวคือ ประกาศใช้ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๖ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ ๑๑ มกราคม ๒๔๖๗ ส่วนประกาศฉบับหลัง เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๗ โดยประกาศให้ใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๔๖๗ เป็นต้นมา ซึ่งภายหลังได้มีการปรับปรุงแก้ไขบรรพ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕

บรรพ ๓ (เอกเทศสัญญา) ประกาศใช้ ๒ ครั้ง กล่าวคือ ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๖๗ และส่วนประกาศฉบับหลังเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๗๑ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๒

บรรพ ๔ (ทรัพย์สิน) ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๗๓ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕

บรรพ ๕ (ครอบครัว) ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๔๗๗ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ (แก้ไขเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙)

สำหรับบรรพ ๖ (มรดก) บรรพสุดท้ายของประมวลกฎหมายนั้น ได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๔๗๗ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ เป็นต้นไป

ทำให้เห็นพัฒนาการของกฎหมายว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นกฎหมายที่มิได้ร่างเสร็จสมบูรณ์ และประกาศใช้เป็นกฎหมายในคราวเดียว ซึ่งแรกเริ่มประกาศใช้ บรรพ ๑ และ บรรพ ๒ ก่อน ด้วยเหตุผล เพื่อการวางพื้นฐานของกฎหมายสมัยใหม่ในทางแพ่งและพาณิชย์ ให้มีรูปแบบและหรือเค้าโครง (Model of Law) เช่นเดียวกับประเทศทางตะวันตก และเห็นได้ประจักษ์ว่า ทางแพ่ง ได้แก่ บรรพ ๑ หลักทั่วไป ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป ได้มุ่งสู่การวางรากฐานในเรื่องสถานภาพของบุคคล บทวิเคราะห์ศัพท์ ตลอดจน หลักทางกฎหมายที่สำคัญ ๆ เช่น หลักตีความเพื่อใช้กฎหมาย(Interpretation of Application Law) มาตรา ๔ ได้บัญญัติ “กฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ” หรือ หลักสุจริต (Good Faith) มาตรา ๕ ได้บัญญัติว่า “ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต” หรือ หลักแห่งเหตุสุดวิสัย (Act of God) มาตรา ๘ ได้บัญญัติว่า “คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น ” เป็นต้น หลักตีความเอกสาร (Interpretation of Document) มาตรา ๑๐ ได้บัญญัติว่า “เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล”

หรือ ลักษณะ ๒ ว่าด้วยบุคคล ได้วางรากฐานในเรื่อง สภาพบุคคลความสามารถของบุคคล ภูมิลำเนาของบุคคล และการสิ้นสภาพบุคคล เป็นต้น

หรือ ลักษณะ ๓ ว่าด้วยบุคคล ได้วางรากฐานเกี่ยวกับทรัพย์ หรือ ทรัพย์สินประเภทของทรัพย์ เป็นต้น

หรือ ลักษณะ ๔ ว่าด้วยนิติกรรม ได้วางรากฐานเกี่ยวกับการใช้สิทธิของบุคคลในการทำนิติกรรม การแสดงเจตนา ผลแห่งการทำนิติกรรม เงื่อนไขเงื่อนเวลา หรือระยะเวลา เป็นต้น
------------------
กิตติบดี

ถาม-ตอบ เนื่องในการประชุมนักศึกษาประจำภาคปลาย ปีการศึกษา ๒๕๕๒

นักศึกษามีข้อสงสัย สืบเนื่องจากการประชุมนักศึกษาสามารถฝากคำถามไว้ได้ครับ

เรียน ท่านคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

กระผมเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2
วันนี้ (27 ต.ค.52) กระผมได้เข้าฟังการประชุมของอาจารย์ ณ ห้องบรรยาย 1 ในเวลา 13.30 น. และมีเรื่องอยากจะเรียนถาม
กระผมได้เรียนวิชาละเมิดกับอาจารย์ในภาคเรียนที่ 1/2552
และได้ติด F ในรายวิชาของอาจารย์ กระผมอยากทราบว่า เกรด F นั้น
จะปรากฎลงในทรานสคริป (ใบจบการศึกษา)หรืิืิอไม่ บิดาของข้าพเจ้าและตัวของข้าพเจ้าเองรู้สึกกังวลเป็นอยากมาก เพราะ F นี้เป็น วิชาแรก กระผมเข้าเรียนวิชาละเมิด ทุกครั้ง มิเคยขาด แต่ในห้องสอบ ยอมรับเลยว่า ประมาทข้อแรก (35 คะแนน) ทำให้ผลสอบออกมาไม่เป็นดังหวัง
แต่การที่ผลสอบออกมาเป็นเช่นนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้จุดบกพร่อง ของตนเอง ว่าควรปรับปรุงและแก้ไขอย่างไรบ้าง แต่การที่ได้ เกรด F นั้น ถ้าปรากฎในใบทรานสคริป กระผมเกรงว่า จะมีปัญหาในการศึกษาต่อ
(ข้าพเจ้าจะไปศึกษาต่อ ป.โท)

จึงอยากเรียนถามอาจารย์ว่า
- ถ้าข้าพเจ้าติด F จะปรากฎในใบทรานสคริปหรือไม่
- และถ้าแก้ F (ลงเรียนใหม่) เกรดจะหารสอง ข้าพเจ้าทราบดี
แล้ว เกรดเดิม F จะยังคงอยู่หรือไม่
และถ้าไม่มีจะปรากฎสัญลักษณ์ใด W หรือไม่
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และอยากให้อาจารย์ตอบกลับมาตามอัเมลล์ที่ให้ไว้
จะเป็นพระคุณยิ่งครับ
Coppy_fier@hotmail.com

นักศึกษา ชั้นปีที่ 2
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รายวิชาสิทธิขั้นพื้นฐาน ภาคปลาย/๒๕๕๒

ถึงนักศึกษาที่ลงรายวิชาสิทธิขั้นพื้นฐาน (สำนักศึกษาทั่วไป)
นักศึกษาสามารถติดตามเอกสารประกอบการบรรยายและความเคลื่อนไหว (ใบงาน ใบกิจกรรม หรืองานที่มอบหมาย) ได้ที่ blog นี้

หมายเหตุ - เริ่มบรรยายสัปดาห์ที่ ๒ ของการเปิดภาคเรียน
----------
กิตติบดี

การบรรยายวิชากฎหมาย ภาคปลาย/๒๕๕๒

ถึง นักศึกษากฎหมายทุกท่าน
ในภาคปลาย/๒๕๕๒ ผมรับมอบหมายให้บรรยายรายวิชาต่าง ๆ ดังนี้
(๑) หลักกฎหมายเอกชน กลุ่มที่ ๒ วันพฤหัสบดี เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ชั้นปีที่ ๑
และ วิชาเลือกอีก ๒ วิชาได้แก่ กฎหมายสถาบันการเงิน (อังคาร เวลา ๙.๐๐-๑๒.๐๐ น.) และ กฎหมายพลวัตทางสังคม (WBA)

---- นักศึกษาสามารถติดตามเอกสารและข้อมูลรายวิชาได้ที่ Blog และจะอัฟเดตที่บรรยายในแต่ละครั้งให้ต่อไป

หมายเหตุ - ผมจะเริ่มบรรยายรายวิชาต่าง ๆ ในสัปดาห์ที่ ๒ ของการเปิดภาคเรียน เนื่องจาก คณะกำหนดให้สัปดาห์แรกเป็นกิจกรรมประชุมชี้แจงนักศึกษาชั้นปี

-----------------
กิตติบดี

การประชุมผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

พัฒนาการสู่โรงเรียนสอนกฎหมาย



เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมที่ผ่านมา ทางคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต ซึ่งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาชีพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในหลายหน่วยงาน และองค์กร อาทิ ด้านวิชาชีพกฎหมายสายตุลาการ (ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลแรงงาน และศาลทหาร) อัยการทนายความ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม (สำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานบังคับคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรือนจำและทัณฑสถาน สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ฯลฯ) รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน อาทิ สภาหอการค้า ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ประเสริฐ เขียนนิลศิริ ผู้พิพากษาอาวุโส / กรรมการที่ปรึกษาประจำคณะเป็นประธานที่ประชุม ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นวาระต่อเนื่องจากคราวประชุมผู้ทรงคุณวุฒิฯ ส่วนกลาง เมื่อธันวาคม ๒๕๕๑ ณ กรุงเทพมหานคร

โดยทางคณะนิติศาสตร์ ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงภารกิจสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางกฎหมาย ผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สนองต่อนโยบายของรัฐ (นิติรัฐ) มีคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการด้านกฎหมายและกระบวนยุติธรรม และบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการด้านกฎหมาย และสิทธิมนุษยชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางนิติศาสตร์แห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป

ผลจากที่ประชุมสามารถสรุปเป็นแนวทาง ดังต่อไป

(๑) การพัฒนาหลักสูตร กำหนดแนวทางไว้ ๕ ประการ

ประการที่ ๑ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพกฎหมายทุกแขนง รวมถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพโดยยึดตามมาตรฐานสากล

ประการที่ ๒ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร โดยขยายพื้นที่การเรียนรู้ เรื่อง ระบบคิด ทฤษฎี และหลักปรัชญา ทั้งในมิติทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมท้องถิ่น

ประการที่ ๓ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้เชื่อมโยงกับภูมิภาค (Localization Regional Regime)

ประการที่ ๔ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้สอดรับกับแนวทางแห่งนิติธรรม (Rule of Law) และ นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านกฎหมาย และการบริหารงานยุติธรรม

ประการที่ ๕ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้มีมิติเชื่อมโยงกับเรื่อง Green Global ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ ความมั่นคงของมนุษย์ และประชาสังคม


(๒) การพัฒนาคุณภาพบัณฑิต กำหนดแนวทางไว้ ๔ ประการ

ประการที่ ๑ คุณลักษณะที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ

ประการที่ ๒ การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้ตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาบุคลากรกระบวนการยุติธรรม ตามแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๕

ประการที่ ๓ การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้มีกระบวนทัศน์และระบบคิดด้านคุณธรรม และจริยธรรม

ประการที่ ๔ การปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสิทธิมนุษยชน (Human Rights Culture)

แนวทางเช่นว่านี้ ทางคณะถือเป็น Benchmark ในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป

อนึ่ง คณะได้กำหนดจัดการประชุมลักษณะนี้อีก ๒ วาระ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา (เดือนธันวาคม) และจังหวัดอุดรธานี (เดือนกุมภาพันธ์) ซึ่งท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้โดยส่งข้อเสนอแนะและความคิดเห็นมาที่ตู้ ปณ. ๒๔๒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ แสดงความคิดเห็นผ่าน Blog คณบดี : http//kittibodee.blogspot.com//ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้
---------------------
กิตติบดี

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

กฎหมายสถาบันการเงิน : ขอบเขตการสอบปลายภาคการศึกษาต้น/๒๕๕๒

ประเด็นทบทวน-สรุปขอบเขตการสอบ (เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒)

(๑) ความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจสถาบันการเงินกับระบบเศรษฐกิจ
(รวมถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจสถาบันการเงินกับการพัฒนาประเทศ) มีขอบเขตเนื้อหาดังต่อไปนี้
- ประเด็นธุรกิจสถาบันการเงิน
- วิวัฒนาการ (จากสังคมเกษตรกรรม เกษตรเพื่ออุตสาหกรรม และอุตสาหกรรม)
โดยจุดเริ่มต้นของสถาบันการเงินจากนโยบายทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน ในฐานะแหล่งทุน มาจนกระทั่งสถาบันการเงินเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่ตลาดทางการค้าและปรับบทบาทมาเป็นผู้ประกอบธุรกิจการค้าและลงทุน

- ความหมายของ "ธุรกิจสถาบันการเงิน"
จากธุรกิจทางการเงินแต่ละประเภท ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฯลฯ
ไปสู่การประกอบธุรกรรมทางการเงินที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น หรือที่เรียกว่า Universal Banking /Financial Supermarket (Bazaar)

- ประเภทของสถาบันการเงิน
ให้พิจารณาจากหลัก High risk high return ซึ่งมีผลทำให้แนวทางจากเดิมที่สถาบันการเงินยึดถือตามหลัก credibility มาเป็นการสร้างเสถียรภาพ/ความมั่นคง ตามหลัก stability แทน
โดยภายใต้ความซับซ้อนและความเสี่ยงที่มากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางกฎหมายมารองรับการดำเนินงานของสถาบันการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง //ให้นศ.ศึกษาข้อเท็็จจริงกรณี The Lehman brother groups ของประเทสสหรัฐอเมริกา//

- เพราะเหตุใดถึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาทเป็น Universal Banking
(อธิบาย) (๑) ธนาคารพาณิชย์เป็นตัวกลางของระบบเศรษฐกิจ
(๒) ธนาคารพาิชย์เป็นระบบเศรษฐกิจ

- มาตรการรองรับในการปรับตัวเป็น Universal Banking
(๑) แผนพฒนาระบบสถาบันการเงิน (แผนแม่บท)
(๒) การควบรวมกิจการ และโอนกิจการ
(๓) นโยบายรัฐการในการให้ใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์รายใหม่
(๔) การพัฒนาระบบตลาดทุน (ตลาดหลักทรัพย์)
(๕) การปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อประโยชน์ต่อบริบททางเศรษฐกิจ
ได้แก่ กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน และกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย (ปี ๒๕๕๑)

------------------------------------------------
(๒) สาระสำคัญของกฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน
หลักการ (๑) หลักความเชื่อมั่น และ (๒) หลักการสร้างเสถียรภาพ --พิจารณาจากหมายเหตุท้ายกฎหมาย

๒.๑ หลักความเชื่อมั่น (ศรัทธา)
ประการแรก การขอใบอนุญาต
- รูปแบบองค์กรธุรกิจ ?
- Good Corporate Governance (GCG.)

ประการทีสอง คน (ในฐานะเจ้าของกิจการและผู้บริหาร)
- ศักยภาพ (เงิน)
- ความสามารถ (เชี่ยวชาญทางการเงิน)
- ความน่าเชื่อถือ (ดี/โปร่งใส)
ข้อพิจารณา กรณีผู้บริหารสถาบันการเงิน Board of Director
- พิจารณาจากผู้ที่มีอำนาจจริงในการกำหนดนโยบายของธนาคาร
- พิจารณาคุณสมบัติตามมาตรา ๒๔ (credit / good faith/ conflict of interest / good governance)
- พิจารณาถึงหลักในการบริหารงานตามมาตรา ๒๗ ได้แก่ (๑) บุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง (Professional duty of care) และ (๒) หลักความรับผิดชอบร่วมกัน

ประการที่สาม โครงสร้างและผู้ถือหุ้น
- การควบคุมโครงสร้าง เพื่อป้องกันการครอบงำทางธุรกิจ และผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
- ผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีข้อยกเว้น?
- การถือครองหุ้นสถาบันการเงินในแต่ละรายต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ มีข้อยกเว้น​?

ประการที่สี่ การตรวจสอบโดยทางการ
- การตรวจสอบและสอบทางการให้สินเชื่อ (มาตรา ๔๘-๕๒) และการกำกับทั่วไป (มาตรา ๘๐-๘๓)
- มาตรการทางกฎหมายในการรองรับความเสี่ยง (ตามหลักเกณฑ์บาสเซิล ๒)
ได้แก่ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง (มาตรา ๒๙-๓๒)
การจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสำรอง (มาตรา ๖๐-๖๒)
การบริหารสินทรัพย์และการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (มาตรา ๖๓-๖๕)
- การเข้าควบคุมและแก้ไขสถานะ
ได้แก่ (๑) มาตรการให้สถาบันการเงินต้องจัดทำบัญชีและรายงาน สอบบัญชีตามมาตรฐานวิชาชีพและหลักสากล
(๒) การนำระบบบริหารจัดการที่ดี ตามมาตรา ๘๔
(๓) การแต่งตั้งผู้ตรวจการสถาบันการเงิน (การเตือน/การมีคำสั่งห้าม/การมีคำสั่งถอดถอน/การมีคำสั่งแก้ไข/การระงับการดำเนินการ/การสั่งควบคุม และการสั่งปิดสถาบันการเงิน ///ขอให้เทียบเคียงกับกรณีที่ยกตัวอย่างในชั้นเรียน Federal Deposit Insurance Corporation, FDIC (สถาบันประกันเงินฝาก) และกรณีการจัดตั้ง Bridge Bank เพื่อแก้ไขปัญหาธนาคารที่ปิดกิจการ

๒.๒ การสร้างเสถียรภาพของสถาบันการเงิน
มีประเด็นพิจารณาดังนี้
- การดำรงเงินทุนสำรอง
- การควบรวมโอนกิจการ
- การขยายขอบเขตธุรกิจสถาบันการเงินและธุรกรรมทางการเงิน (ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ)
------------------------------------------------------
(๓) กฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย
หลักการ ธนาคารกลาง?
ระบบการเงินภายในประเทศที่ดำเนินงานโดยคณะรัฐบาล ?
(Owned by the national government)
เป็นเครื่องมือในการบริหารนโยบายทางการเงินของรัฐบาล? (มาตรา ๒๔)

- หลัก don't stay too close and don't stay too faraway.
- ประเด็น ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (Independent Central Bank) ?
- ความรับผิดชอบของผู้ว่าการ/วาระการดำรงตำแหน่ง/คุณสมบัติ/การแบ่งส่วนงานเป็นคณะกรรมการชุดต่าง ๆ (นโยบายทางการเงิน/นโยบายสถาบันการเงิน/ระบบการชำระเงิน)

หมายเหตุ : มาตราที่น่าสนใจ ได้แก่ มาตรา ๕, ๗, ๘, ๑๗, ๒๔, ๒๕, ๒๘, ๒๘/๗, ๒๘/๑๐, ๒๘/๑๒, ๒๘/๑๓-๑๘, และหมายเหตุท้ายกฎหมาย

--------------------------------------------
สำหรับนักศึกษาที่ยังขาดส่งงานไม่ครบตามที่มอบหมาย ให้ติดต่อก่อนวันสอบ

ขอให้โชคดีในการสอบทุกท่าน
(กิตติบดี)

สิทธิขั้นพื้นฐานฯ : พัฒนาการสิทธิมนุษยชนจากนามธรรมไปสู่รูปธรรม

เอกสารประกอบการบรรยายรายวิชาสิทธิขั้นพื้นฐานฯ

สิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์ - ศีลธรรม - กฎหมาย - การเมืองการปกครอง และหลักการสิทธิมนุษยชน

(๑) สิทธิตามธรรมชาติ (ศีลธรรม) ศาสนา กฎหมาย และการปกครอง
หากปราศจากปรัชญา ไม่จำต้องกล่าวถึงศาสนา,
หากปราศจากศาสนา ไม่จำต้องกล่าวถึงศีลธรรม,
หากปราศจากศีลธรรม ไม่จำต้องกล่าวถึงกฎหมาย


(๒) บุคคลที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ
บุคคลที่กล้าหาญต่อสู้กับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมเพื่อให้ตนได้มีอิสรภาพ = มนุษย์ที่อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
บุคคลที่กล้าหาญต่อสู้กับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมเพื่อให้มวลชนได้มีอิสรภาพ = มหาบุรุษ

มหาตมะ คานธี : ตอบโต้อำนาจชั่วร้ายโดยสัตยาเคราะห์ และอหิงสาธรรม


มาร์ติน ลูเธอร์ คิงจูเนียร์ "I have a DREAM"
I have a dream that one day this nation will rise up and live out the true meaning of its creed: "We hold these truths to be self-evident: that all men are created equal."



(๓) เหตุการณ์ที่ทำให้กระทบต่อมโนธรรมของมนุษย์


(๔) การจัดทำเอกสารแห่งสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม
ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน Universal Declaration of Human Rights





สิทธิมนุษยชนของปัจเจกชนสำคัญ แต่ของผู้อื่นมีค่ายิ่งกว่า
--------------------
กิตติบดี

กฎหมาย การเมืองและสังคมไทย "ความหมายของประชาธิปไตย" ตอน ๑

กฎหมาย การเมืองและสังคมไทย ตอน ๑ ศึกษาจากมุมมองของผู้ช่วยศาสตราจารย์จรัล  ดิษฐาอภิชัย  ประธานมูลนิธิสถาบันประชาธิปไตย/อจ.บรรยายรายวิชา...