วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Legal Clinic ศูนย์กฎหมาย
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
งานเปิดสำนักงานคณะฯ และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Law : NEWS ฉบับประจำเดือนธันวาคม ๕๒
Law : NEWS ฉบับ PDF
-----------------------------------
ปล. มีอะไรสอบถามเพิ่มเติม post ถามได้ครับ
กิตติบดี
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
กำหนดการสัปดาห์ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนฯ (English Version)
Human Rights, Rule of Law, and Democracy Forum
Special Lecture on “Human Rights in Thailand within the Context of Globalization” by Professor Saneh Chamarik, former chairperson of the National Human Rights Commission
Academic Forum on “Solving the Problem of Human Rights Violations in the Northeast of Thailand” with Dr. Niran Pitakwatchara, National Human Rights Commissioner, Mr. Wasan Panich, Director, Lawyer and Human Rights Institute/former National Human Rights Commissioner, Dr. David Streckfuss, Director, Council Study Center (CIEE Khon Kaen), Mr. Sanan Chusakul, Director, Mun River Wetland Recovery Project
Afternoon Session
Concurrent Sessions: Room 1 - Human Rights Education Forum/Room 2 - International Human Rights Forum
Room 1: Academic Discussion on “State Policies and Mechanisms in promoting and protecting human rights”with Mr. Kulaphon Phonwan, Senior Prosecutor/Representative of the Office of the Attorney General, Mr. Thanarat Thangthong, Judge (Judiciary Commission(?))/Representative of the Office of the Court of Justice, Mr. Sa-ngiam Boonjan, Secretary-General of the Lawyers Council, Representative of the Ministry of Justice and Representative of National Police Department.
(in English)
Room 2: Academic Discussion (in English) on “Beyond ASEAN Values?” with Mr. Surasee Kosolnavin, Ms. Prathapjit Neelaphaijit, Dr. Tim Rackett, Mr. Daniel Scott Collinge, Ms. Khin Ohmar, Mr. Johan Lindeberg
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
พิธีเปิดสำนักงานคณะนิติศาสตร์ (ศูนย์ประสานงาน) / พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ
มีพิธีเปิดสำนักงานคณะนิติศาสตร์ ณ Central plaza และ
พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการสำนักงานอัยการสูงสุด และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
--------------
สำนักงานฯ
มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(๑) เพื่อประโยชน์เป็นศูนย์ประสานงานองค์กรเครือข่าย ในการเผยแพร่กระบวนการเรียนรู้ทางนิติศาสตร์ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน
(๒) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ภาคปฏิบัติการทางกฎหมาย (legal Clinic)
(๓) เพื่อเป็นสถานที่อบรมและพัฒนาบุคลกร และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกฎหมายและที่เกี่ยวข้อง
MOU. ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(๑) เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการและการศึกษาเรียนรู้ทางนิติศาสตร์อย่างเป็นระบบและสามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้วิชาการให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ
(๒) เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้มีความสมบูรณ์และมีพลวัตที่สอดคล้องกับวิชาชีพทางกฎหมาย
(๓) เพื่อร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมในการเผยแพร่กระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายรัฐด้านกฎหมายและการยุติธรรม
(๔) เพื่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้งสองฝ่ายและส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย โดยผ่านประสบการณ์จากทางปฏิบัติทั้งในและนอกพื้นที่
(๕) เพื่อร่วมมือกันดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานงานในลักษณะองค์กรเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและสนุบสนุนการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชนและสังคม
---------------------------------
เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงแจ้งข่าวมาให้นศ.ได้ทราบต่อไป
กิตติบดี
บรรยายพิเศษ เรื่อง "หลักพื้นฐานกฎหมายมหาชน"
อบรมบุคลิกภาพสำหรับนักศึกษากฎหมาย
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
งานสัปดาห์ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน นิติธรรม และประชาธิปไตย ประจำปี ๒๕๕๒
Human Rights, Rule of Law, and Democracy Forum
ภาคเช้า
ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "สิทธิมนุษยชนของไทยภายใต้บริบทสังคมโลกาภิวัฒน์"
โดย ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
อภิปราย/เสวนาวิชาการ เรื่อง "ทางออกของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" โดย
นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คุณวสันต์ พานิช ผอ.สถาบันนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน/อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ดร.เดวิส เสต็กฟรัส ผอ.โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา CIEE
คุณสนั่น ชูสกุล ผอ.โครงการชามมูล
ภาคบ่าย
แบ่งเป็น ๒ ห้อง ห้อง ๑ Human Rights Education Forum ห้อง ๒ International Human Rights Forum
ห้อง ๑ อภิปราย/เสวนาวิชาการ เรื่อง "นโยบายและกลไกของรัฐในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน" โดย
นายกุลพล พลวัน อัยการอาวุโส/ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด
นายธนรัตน์ ทั่งทอง ผู้พิพากษา (กรรมการตุลาการ)/ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม
นายเสงี่ยม บุญจันทร์ เลขาธิการสภาทนายความ/ผู้เแทนสภาทนายความ
ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(English Version)
ห้อง ๒ อภิปราย/เสวนาวิชาการเรื่อง "Beyond ASEAN Values ?"
โดย
คุณสุรสีห์ โกศลนาวิน
คุณประทับจิต นีละไพจิตร
Dr.Tim Rackett
Khun Daniel Scott Collinge
Khun Khin Ohmar
Khun Johan Lindeberg
--------------------------------------------
กิตติบดี
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ถาม-ตอบ เนื่องในการประชุมนักศึกษาประจำภาคปลาย ปีการศึกษา ๒๕๕๒
กระผมเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2
วันนี้ (27 ต.ค.52) กระผมได้เข้าฟังการประชุมของอาจารย์ ณ ห้องบรรยาย 1 ในเวลา 13.30 น. และมีเรื่องอยากจะเรียนถาม
กระผมได้เรียนวิชาละเมิดกับอาจารย์ในภาคเรียนที่ 1/2552
และได้ติด F ในรายวิชาของอาจารย์ กระผมอยากทราบว่า เกรด F นั้น
จะปรากฎลงในทรานสคริป (ใบจบการศึกษา)หรืิืิอไม่ บิดาของข้าพเจ้าและตัวของข้าพเจ้าเองรู้สึกกังวลเป็นอยากมาก เพราะ F นี้เป็น วิชาแรก กระผมเข้าเรียนวิชาละเมิด ทุกครั้ง มิเคยขาด แต่ในห้องสอบ ยอมรับเลยว่า ประมาทข้อแรก (35 คะแนน) ทำให้ผลสอบออกมาไม่เป็นดังหวัง
แต่การที่ผลสอบออกมาเป็นเช่นนั้น ทำให้ข้าพเจ้ารู้จุดบกพร่อง ของตนเอง ว่าควรปรับปรุงและแก้ไขอย่างไรบ้าง แต่การที่ได้ เกรด F นั้น ถ้าปรากฎในใบทรานสคริป กระผมเกรงว่า จะมีปัญหาในการศึกษาต่อ
(ข้าพเจ้าจะไปศึกษาต่อ ป.โท)
จึงอยากเรียนถามอาจารย์ว่า
- ถ้าข้าพเจ้าติด F จะปรากฎในใบทรานสคริปหรือไม่
- และถ้าแก้ F (ลงเรียนใหม่) เกรดจะหารสอง ข้าพเจ้าทราบดี
แล้ว เกรดเดิม F จะยังคงอยู่หรือไม่
และถ้าไม่มีจะปรากฎสัญลักษณ์ใด W หรือไม่
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และอยากให้อาจารย์ตอบกลับมาตามอัเมลล์ที่ให้ไว้
จะเป็นพระคุณยิ่งครับ
Coppy_fier@hotmail.com
นักศึกษา ชั้นปีที่ 2
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
การประชุมผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมที่ผ่านมา ทางคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต ซึ่งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาชีพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในหลายหน่วยงาน และองค์กร อาทิ ด้านวิชาชีพกฎหมายสายตุลาการ (ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลแรงงาน และศาลทหาร) อัยการทนายความ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม (สำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานบังคับคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรือนจำและทัณฑสถาน สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ฯลฯ) รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน อาทิ สภาหอการค้า ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ประเสริฐ เขียนนิลศิริ ผู้พิพากษาอาวุโส / กรรมการที่ปรึกษาประจำคณะเป็นประธานที่ประชุม ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นวาระต่อเนื่องจากคราวประชุมผู้ทรงคุณวุฒิฯ ส่วนกลาง เมื่อธันวาคม ๒๕๕๑ ณ กรุงเทพมหานคร
โดยทางคณะนิติศาสตร์ ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงภารกิจสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางกฎหมาย ผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สนองต่อนโยบายของรัฐ (นิติรัฐ) มีคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการด้านกฎหมายและกระบวนยุติธรรม และบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการด้านกฎหมาย และสิทธิมนุษยชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางนิติศาสตร์แห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป
(๑) การพัฒนาหลักสูตร กำหนดแนวทางไว้ ๕ ประการ
ประการที่ ๑ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพกฎหมายทุกแขนง รวมถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพโดยยึดตามมาตรฐานสากล
ประการที่ ๒ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร โดยขยายพื้นที่การเรียนรู้ เรื่อง ระบบคิด ทฤษฎี และหลักปรัชญา ทั้งในมิติทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ประการที่ ๓ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้เชื่อมโยงกับภูมิภาค (Localization Regional Regime)
ประการที่ ๔ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้สอดรับกับแนวทางแห่งนิติธรรม (Rule of Law) และ นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านกฎหมาย และการบริหารงานยุติธรรม
ประการที่ ๕ การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้มีมิติเชื่อมโยงกับเรื่อง Green Global ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ ความมั่นคงของมนุษย์ และประชาสังคม
(๒) การพัฒนาคุณภาพบัณฑิต กำหนดแนวทางไว้ ๔ ประการ
ประการที่ ๑ คุณลักษณะที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ
ประการที่ ๒ การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้ตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาบุคลากรกระบวนการยุติธรรม ตามแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๕
ประการที่ ๓ การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้มีกระบวนทัศน์และระบบคิดด้านคุณธรรม และจริยธรรม
ประการที่ ๔ การปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสิทธิมนุษยชน (Human Rights Culture)
แนวทางเช่นว่านี้ ทางคณะถือเป็น Benchmark ในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
อนึ่ง คณะได้กำหนดจัดการประชุมลักษณะนี้อีก ๒ วาระ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา (เดือนธันวาคม) และจังหวัดอุดรธานี (เดือนกุมภาพันธ์) ซึ่งท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้โดยส่งข้อเสนอแนะและความคิดเห็นมาที่ตู้ ปณ. ๒๔๒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ แสดงความคิดเห็นผ่าน Blog คณบดี : http//kittibodee.blogspot.com//ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552
แนะนำคณะเบื้องต้น
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สาสน์จากคณบดี : ต้อนรับนักศึกษา รุ่นที่ ๖/๒๕๕๒
เมื่อครั้นอดีตกาล ผู้ปกครองประเทศจำต้องศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ ๓ แขนง ประกอบด้วย เทววิทยา แพทยศาสตร์ และนิติศาสตร์ ซึ่งนับเป็นสดมภ์หลักในการสร้างศรัทธาแห่งภาวะผู้นำและอำนาจ โดยวิชานิติศาสตร์หรือกฎหมายนั้น ถือเอาเนื้อหาสาระเรื่องความยุติธรรมเป็นสำคัญ ซึ่งผู้ปกครองได้อาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือในการกำกับความเป็นระเบียบ แบบแผนทางสังคม และผู้ปกครองที่ได้ชื่อว่าเป็น Philosopher King หรือ มหาราชย์ หรือผู้ปกครองที่ดีนั้น จักต้องใช้หลักธรรมะเป็นเครื่องสะกดและกำกับการใช้อำนาจ ให้เป็นไปในทางที่เป็นคุณประโยชน์กับปวงชน หาไม่แล้ว หากการใช้อำนาจนั้นขาดซึ่งเมตตาธรรม หรือได้ฉ้อฉลเฉไฉออกไปในทางที่ลุ่มหลงกับอำนาจ ประชาชนก็จะถูกเบียดเบียนบีฑา จนสังคมต้องเผชิญกับความหายนะและเสื่อมสูญไป
เมื่อปัญญาของมนุษย์ต้องประกอบด้วยหัวสมองและหัวใจฉันใด กฎหมายต้องควบคู่กับความยุติธรรมด้วยฉันนั้น ดังนั้น ในการศึกษาวิชากฎหมายหรือการประกอบวิชาชีพกฎหมาย จึงจำเป็นต้องศึกษากฎหมายไปพร้อม ๆ กับการฝึกจิตสำนึกเรื่องความยุติธรรม โดยถือความยุติธรรมเป็นจิตวิญญาณหลักของนักนิติศาสตร์ ดังมีผู้กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาของวงการกฎหมายและ/หรือนักกฎหมายมิใช่อยู่ที่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หากอยู่ที่การปลูกจิตสำนึกของนักกฎหมายเป็นสำคัญ
เมื่อตระหนักรู้เช่นนั้นแล้ว ผมเชื่อมั่นว่า นักศึกษากฎหมายของเรา จักเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหาย อยากรู้ ควรรู้ และต้องรู้ ในสรรพวิชากฎหมายอย่างคร่ำเคร่ง เอาจริงเอาจัง ประกอบกับตื่นตัวที่จะอุทิศตนเพื่อทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น เพราะเขาและเธอจะถือเป็นโอกาสในการฝึกความกล้าแกร่งทางจริยธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมออกไปสู่โลกภายนอก ในฐานะนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของประเทศในการพลิกฟื้นสังคมไทย ให้มีพื้นฐานทางสังคมที่เข้มแข็งและมีโครงสร้างที่เป็นธรรมต่อไป
จักทำอย่างไรให้ตระหนักว่า การศึกษาเพียงเพื่อให้ได้ปริญญาบัตร
มีคุณค่าน้อยกว่าเพื่อมีความรู้ออกไปรับใช้สังคม
จักทำอย่างไรให้ตระหนักว่า การเข้าสู่วิชาชีพเพื่อปรับเปลี่ยนสถานภาพทางสังคมของตน
มีคุณค่าน้อยกว่าการมีโอกาสสร้างความเป็นธรรมให้สังคม
จักทำอย่างไรให้ตระหนักว่า เนื้อหาสาระของวิชานิติศาสตร์อยู่ที่ความยุติธรรม
มิใช่ความมั่งคั่งทางวัตถุและความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ
จักทำอย่างไรให้ตระหนักว่า นักกฎหมายที่ปราศจากหลักธรรมะ
มีความเลวร้ายยิ่งกว่าอาชญากร
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บทเริ่มต้นบนเส้นทางสายนักยุติธรรม
วันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
เขียนที่ สำนักงานคณบดี
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
Banner : LAW KKU.
กฎหมาย การเมืองและสังคมไทย "ความหมายของประชาธิปไตย" ตอน ๑
กฎหมาย การเมืองและสังคมไทย ตอน ๑ ศึกษาจากมุมมองของผู้ช่วยศาสตราจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย ประธานมูลนิธิสถาบันประชาธิปไตย/อจ.บรรยายรายวิชา...
-
ตามที่ได้บรรยายในครั้งก่อนว่าในความรับผิดเพื่อละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ โจทก์ต้องบรรยายให้ศาลเห็นถึงในส่วนความผิดของจำเลย ซึ่งประกอบด้วย (๑) จำเลย...
-
รวบรวมคำอธิบายความหมายของการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ความหมายของ คำว่า การเลือกปฏิบัติ การเลือกปฏิบัติ หรือ Discrimination สามารถอธิบายได...
-
อาจารย์ประเสริฐ เขียนนิลศิริ ที่ปรึกษาประจำคณะฯ " ขยัน อดทน มุ่งมั่น คือหัวใจสำคัญในการศึกษาวิชานิติศาสตร์" --------------------...










