วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สรุปการบรรยายละเมิด (๑) เรื่อง ประวัติความเป็นมาของกฎหมายว่าด้วยละเมิด

(๑) พื้นฐานแนวคิดเรื่องละเมิด

ละเมิดมีลำดับการพัฒนาการมาจากหลักคิดทางศีลธรรมที่ว่า "จงอย่าทำร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย" 

ในสังคมโบราณ ปรากฎให้เห็นหลักกฎหมายโรมันเรื่อง หลักตาต่อตาฟันต่อฟัน  Lex Talionis (หลักแก้แค้น) แต่ภายหลังเมื่อสังคมมนุษย์ได้รวมกันก่อตั้งเป็นรัฐ ลำดับของพัฒนาการของการลงโทษผู้กระทำความผิดนั้น ได้มีหลักห้ามประชาชนแก้แค้นกันเอง รัฐเข้ามาทำหน้าที่ในการลงโทษและแก้แค้นแทนผู้เสียหายตามบทลงโทษที่บัญญัติไว้  

เมื่อมาถึงยุคกฎหมาย ๑๒ โต๊ะของพระเจ้าจัสติเนียน ได้มีการปรากฎหลักความรับผิดเพื่อละเมิดขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ที่กระทำละเมิดเป็นลูกหนี้ของผู้เสียหาย มีหนี้ที่ต้องชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้ (หนี้ตามกฎหมายละเมิด) โดยมีหลักพื้นฐานได้แก่ 
(๑) จงอย่าทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย 
(๒) จงดำรงชีวิตโดยชอบ และ 
(๓) จงให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนในสิ่งที่ควรได้รับ 

 (๒) การตีความและปรับใช้กฎหมายละเมิด
มาจนกระทั่ง ความรับเพื่อละเมิดอยู่ภายใต้อิทธิพลของสังคมประชาธิปไตย (สิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน) 
จากเดิมความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชนที่เท่าเทียมกัน มาสู่สภาพความเป็นจริงที่เอกชนฝ่ายหนึ่งมีฐานะที่มีเปรียบกว่าเอกชนอีกฝ่ายหนึ่ง (เนื่องด้วยเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ) มีผลทำให้พัฒนาการของการปรับใช้หรือการตีความกฎหมายละเมิดขยายขอบเขตและสร้างมาตรฐานเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจาก "การเยียวยา" ความเสียหายที่แท้จริงได้ขยายขอบเขตไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาของศาลส่วน common law  ที่ตัดสินให้ผู้กระทำความผิดที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน หรือสร้างความเดือดร้อนให้สังคม ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมากกว่าการเยียวยา โดยมีลักษณะเป็นการลงโทษ ในขณะที่ฝ่าย civil law ได้มีการบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้กระทำความผิดจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงได้ (ตย.ประเทศไทยมีการตราพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.​๒๕๕๑ ซึ่งกำหนดให้ศาลมีอำนาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนอื่นนอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนตามปกติได้ ได้แก่ ค่าเสียหายต่อจิตใจ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ ในกรณีผู้ประกอบการกระทำละเมิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย--ประเด็นนี้จะกล่าวอีกครั้งหนึ่งในคราวบรรยายเรื่องค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด

สรุปความได้ว่า 
(๑) หลักพื้นฐานละเมิดได้แก่ หลักศีลธรรม 
(๒) กฎหมายละเมิดมีพัฒนาการมาจากหลักการแก้แค้น 
(๓) พัฒนาการจากหลักการแก้แค้นเป็นห้ามแก้แค้น (หนี้ที่ต้องชดใช้)
(๔) พัฒนาการจากหนี้ที่ต้องชดใช้เยียวยาความเสียหายที่แท้จริง เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคม

---------------------
กิตติบดี


วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ข้อ ๓๐ การตีความ

หลักการ
การตีความ หรือการให้สิทธิใด ๆ จะต้องไม่ทำลายต่อหลักการแห่งสิทธิมนุษยชน


--------------------
กิตติบดี
ที่มาไฟล์วิดีโอ Youth for Human Rights International

ข้อ ๒๙ หน้าที่ในการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน

หลักการ
(๑) ยึดมั่นต่อการเคารพต่อหลักการแห่งสิทธิมนุษยชน
(๒) การใช้สิทธิของตนต้องไม่ล่วงละเมิดต่อสิทธิของผู้อื่น 

ต้องตระหนักรู้ว่า ผู้อื่นมีสิทธิอย่างไร มากกว่าการคำนึงถึงสิทธิของตน



--------------------
กิตติบดี
ที่มาไฟล์วิดีโอ Youth for Human Rights International

ข้อ ๒๘ ระเบียบทางสังคมต้องไม่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน

หลักการ
ระเบียบทางสังคม กฎหมาย ทั้งภายในและระหว่างประเทศต้องไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน



--------------------
กิตติบดี
ที่มาไฟล์วิดีโอ Youth for Human Rights International



ข้อ ๒๗ สิทธิที่จะเข้าร่วมวัฒนธรรม ศิลปและวิทยาศาสตร์

หลักการ
(๑) ทุกคนพึงมีสิทธิที่จะเข้าร่วมทางวัฒนธรรม ศิลปะ และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตนจะแสวงหาจินตนาการและความบันเทิงใจ
(๒) การสร้างสรรค์ผลงาน หรือสิ่งประดิษฐ์ใดย่อมได้รับความคุ้มครอง



--------------------
กิตติบดี
ที่มาไฟล์วิดีโอ Youth for Human Rights International

เอกสารประกอบการบรรยายวิชาสิทธิขั้นพื้นฐาน

นำเอกสารที่่แจกนักศึกษามาลงให้

ประเด็นการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน (ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน)

ข้อ ๑- หลักการ

--กระบวนทัศน์เรื่องสิทธิมนุษยชน-- //สิทธิมนุษยชนจะสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อ มนุษย์ทุกคน ศรัทธาและเชื่อมั่น ต่อหลักสิทธิมนุษยชน เสมือนหนึ่งเป็นศีลธรรมประจำตัว

ขอย้ำว่า 

สิทธิมนุษยชนทุกข้อจะไร้ผล หากมนุษย์ไม่เชื่อมั่นและศรัทธาในคุณค่าแห่งสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของมนุษย์

ข้อ ๓-๒๑ สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

เป็นสิทธิที่จำเป็นและสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์

ข้อ ๒๒-๒๗ สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

                        เป็นสิทธิที่เติมเต็มคุณค่าชีวิตมนุษย์

ข้อ ๒๘-๓๐ การนำนโยบายเรื่องสิทธิมนุษยชนมาปฏิบัติ

ข้อ ๒๙ สิทธิมนุษยชนของผู้อื่นสำคัญกว่าสิทธิมนุษยชนของตนเอง(การเคารพต่อสิทธิมนุษยชนผู้อื่น)

ขอย้ำว่า เราต้องพึงระลึกเสมอว่า ผู้อื่นมีสิทธิ You have RIGHTS มิใช่ เรามีสิทธิ


*******************************

ข้อคิด พัฒนาการของสิทธิมนุษยชน แบ่งเป็น ๓ ระยะ ดังต่อไปนี้ (นศ.สามารถหยิบยกเอาข้อเท็จจริงมาเทียบเคียงได้)

ระยะที่ ๑ การเรียกร้องถึงเสรีภาพ ๔ ประการ  

ระยะที่ ๒ การเรียนรู้สิทธิเสรีภาพ

ระยะที่ ๓ การเรียนรู้ในหน้าที่ความรับผิดชอบและการเคารพสิทธิมนุษยชน

*******************************

------------------------

กิตติบดี

ข้อ ๒๖ สิทธิทางการศึกษา

หลักการ
(๑) ประชาชนมีสิทธิในการศึกษา 
(๒) รัฐต้องจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างให้เปล่า ส่วนการศึกษาขั้นสูงต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงโดยเสมอภาค


--------------------
กิตติบดี
ที่มาไฟล์วิดีโอ Youth for Human Rights International

กฎหมาย การเมืองและสังคมไทย "ความหมายของประชาธิปไตย" ตอน ๑

กฎหมาย การเมืองและสังคมไทย ตอน ๑ ศึกษาจากมุมมองของผู้ช่วยศาสตราจารย์จรัล  ดิษฐาอภิชัย  ประธานมูลนิธิสถาบันประชาธิปไตย/อจ.บรรยายรายวิชา...